contact us

รอมะฎอน บางมุมของชีวิตศอฮาบะฮฺ
  Written by สำนักวิชาการ ฮิกมะฮฺ ดอท เน็ต
6  June  2017





ศอฮาบะฮฺกับรอมะฎอน

 أبو هريرة:

ท่านอบี ฮุรัยเราะห์

أبو هُرَيْرَة عبد الرحمن بن صخر الدوسي (المتوفي سنة 59 هـ/678م) صحابي محدث وفقيه وحافظ أسلم سنة 7 هـ 

 

อบูฮุยรัยเราะห์ อับดุรเราะห์มาน อิบนุ ศ็อกริ อัดเดาซีย์ ศอฮาบะฮฺ นักฮะดีษ ผู้เข้าใจลึกซึ้ง นักท่องจำฮะดีษ เข้ารับอิสลามในปีฮิจเราะห์ที่ 7 ได้ติดตามท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ได้ท่องจำฮะดีษจากท่าน จนกระทั่งเป็นศอฮาบะฮฺที่รายงานฮะดีษมากที่สุด และมีความจำและความรู้ที่กว้างขวาง อิหม่ามบุคอรีย์รายงานว่ามีผู้รายงานฮะดีษจากท่านอบีฮุรัยเราะห์มากกว่า 800 คน และนับได้ว่าท่านอบีฮุรัยเราะห์เป็นปราชน์นักอ่าน(อัลกุรอาน)ตนหนึ่งของเมืองฮิญาซด้วยเช่นเดียวกัน โดยท่านได้มีโอกาสเรียน ( تَلَقِّي) กับท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- และได้เคยอ่านกับท่านอุบัย อิบนิ กะอฺบ ท่านเคยรับตำแหน่งผู้ปกครองบะห์รัยนฺในสมัยปกครองของท่านอุมัร หลังจากนั้นประมาณปีฮิจเราะห์ที่ 40 ท่านได้พำนักที่เมืองมะดีนะฮฺ และสอนฮะดีษและฟัตวาปัญหาแก่ผู้คนทั้งหลายจนท่านเสียชีวิตในปีที่ 59 จากการฮิจเราะห์

 

فقد روى أبو نُعيم في الحِلية عن أبي هريرة - رضي الله عنه - أنه كان وأصحابه إذا صاموا قعَدوا في المسجد، وقالوا: نُطهر صيامنا[أبو نُعيم؛ حِلية الأولياء 1/382]، يحفظون صيامهم من اللغو والرفَث وقول الزور، ومن كل ما يُفسده أو ينقص أجره.

 

ความเข้มงวด ระมัดระวัง รักษาการถือศีลอดจากคำพูดไร้สาระและการกระทำไร้สาระต่างๆ

 

ท่านอบี ฮุรัยเราะห์ และศอฮาบะท่านอื่นๆ รอฎิยัลลอฮุ อันฮุม อัจญ์มาอีน เมื่อพวกเขาถือศีลอด พวกเขาจะนั่งอยู่ในมัสยิด พวกเขากล่าวว่า พวกเรารักษาการถือศีลอดของเราให้สะอาด (ในหนังสือ-أبو نُعيم؛ حِلية الأولياء 1/382.-) พวกเขารักษาศีลอดของพวกเขาจากคำพูดไร้สาระ คำพูดเกี้ยวพาราสี คำพูดสัปดนต่างๆ คำพูดเท็จ และจากทุกสิ่งที่จะทำให้เสียศีลอดหรือผลบุญของมันบกพร่องลงไป

 


การถือศีลอดของเราด้วยการงดน้ำ งดอาหาร เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการเชื่อฟังและพร้อมปฏิบัติตามในทุกสิ่งที่ทรงมีบัญชา แม้แต่กับสิ่งที่เคยเป็นที่อนุมัติ เมื่อใหร่ก็ตามที่พระองค์ทรงมีบัญญัติให้ยุติ เราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามในทันทีเช่นการกินการดื่ม แล้วสิ่งที่เป็นที่ต้องห้ามอยู่แล้วทั้งในและนอกรอมฎอนล่ะ เราจะปฏิบัติกับมันอย่างไร

ลองพิจารณาถึงพวกเราในปัจจุบัน ว่าสภาพการถือศีลอดของเราเป็นอย่างไรบ้าง เรานั่งกันในวงสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องตลกโปกฮาหรือไม่ เรานั่งในวงสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องของคนอื่นหรือไม่ ในปัจจุบันนี้ต้องรวมไปถึงเรื่องของการโพสข้อความ การแสดงความคิดเห็น การส่งต่อข้อความไปในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆด้วย ซึ่งส่วนมากเป็นเรื่องราว ข่าวสาร ความคิดเห็นที่ขาดการคัดกรอง สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดและพาดพิงสิทธิของผู้อื่น

 

من حديث رسول الله - صلى الله عليه وسلم - الذي أخرجه البخاري من حديث  أبي هريرة - رضي الله عنه - عن النبي - صلى الله عليه وسلم - قال: ((مَن لم يَدَع قولَ الزور والعملَ به والجهل، فليس لله حاجة أن يدَع طعامه وشرابه))[الجامع الصحيح، كتاب الأدب، حديث رقم 6057].

 

  จากท่านอบี ฮุรัยเราะห์ รอฎิยัลลอฮุ อันฮุ จากท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-กล่าวว่าผู้ใดไม่ทิ้งคำพูดไร้สาระและการกระทำไร้สาระและความงี่เง่า อัลลอฮฺก็ไม่ต้องการการละทิ้งอาหารและเครื่องดื่มของเขา 

 

ความพอดีในการทานอาหาร

 


ขอบคุณภาพจาก https://static.pexels.com/

อีกมุมหนึ่งของท่านอบีฮุรัยเราะห์ คือมุมแห่งการประหยัด สมถะ มักน้อยในการละศีลอดและการทานอาหารซะฮูร

 

 عن أبي هريرة قال: كانت لي خمس عشرة تمرة، فأفطرت على خمس تمرات، وتسحَّرت بخمس، وبقِيت خمس لفطري [أبو نعيم؛ حلية الأولياء 1/384]،   

จากท่านอบี ฮุรัยเราะห์ กล่าวว่า ฉันมีอินทผาลัมอยู่ 15 เม็ด ฉันละศีลอดกับอินทผาลัมนั้น 5 เม็ด ทานเป็นซะฮูร 5 เม็ด และเหลือเก็บไว้ละศิลอดอีก 5 เม็ด (จากหนังสือ أبو نعيم؛ حلية الأولياء 1/384 ) 

 

 

นี่ไม่ใช่มุมมองของการประหยัดเนื่องจากอาหารมีน้อยเท่านั้น แต่เป็นเพราะว่าท่านอบีฮุรัยเราะห์นั้น ท่านกลัวความอิ่มและระวังจากผลร้ายของของมัน ท่านกล่าวว่า

 فيقول في ذلك: ويلٌ لي من بطني، إذا أشبَعته كظني، وإذا أجعته سبَّني.

 

ความวิบัติได้เกิดกับฉันแล้ว เนื่องจากท้องของฉันนี่แหละ เมื่อฉันทำให้มันอิ่ม มันทำให้ฉันอึดอัด เมื่อฉันปล่อยให้มันหิว มันก็ด่าทอฉัน

 

ผลเสียของความอิ่มนั้นเป็นที่ทราบกันดี โดยเฉพาะในเดือนอันประเสริฐนี้ ที่มันทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสในการทำความดีและแสวงความใกล้ชิดต่อพระผู้อภิบาลของเขา เช่นความอึดอัด ความขี้เกียจและความง่วงนอน

การละหมาดยามค่ำคืน 

 

อีกมุมหนึ่งของท่านอบีฮุรัยเราะห์ ในของการละหมาดยามค่ำคืน ในบ้านของท่าน ตัวท่าน ภรรยาของท่านและคนรับใช้ของท่าน จะไล่หลังติดต่อกันในค่ำคืนนั้น 3 ผลัดด้วยกัน กลุ่มนี้ละหมาด หลังจากนั้นก็จะปลุกอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนั้นละหมาดหลังจากนั้นก็จะปลุกอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมาละหมาด( ابن الجوزي، صفة الصفوة 1/692) บ้านของท่านจึงเป็นบ้านที่มีผู้ละหมาดยามค่ำคืนต่อเนื่องตลอดทั้งคืน และสภาพนี้ก็มิใช่เกิดขึ้นเฉพาะในเดือนรอมฎอนเท่านั้น เป็นภาพที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี แต่ในเดือนรอมฎอนนั้นจะมีความมุ่งมั่น ขมักขเม่นมากเป็นพิเศษ นี่คือภาพชีวิตยามค่ำคืนในรอมฎอนของผู้ที่รายงานฮะดีษ จากท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะซัลลัม-

 

   ((من قام رمضان إيمانًا واحتسابًا، غُفِر له ما تقدَّم من ذنبه))

أخرجه البخاري، الجامع الصحيح، كتاب الإيمان، حيث رقم 37

 

ผู้ใดละหมาดในเดือนรอมะฏอน ด้วยความศรัทธามั่นและหวังการตอบแทนจากอัลลอฮฺ เขาจะได้รับการอภัยโทษในความผิดต่างๆของเขาที่ผ่านมา

 

 

ซัยดฺ อิบนิ ษาบิต 

زيد بن ثابت:

زيد بن ثابت بن الضحّاك الأنصاري صحابي جليل وكاتب الوحي 

 

ซัยดฺ อิบนิ ษาบิต อัล อันศอรีย์ ศอฮาบะฮฺ ผู้บันทึกวะฮีย์

วันที่ท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- อพยบไปมะดีนะฮฺ เขาเป็นเด็กกำพร้าในขณะนั้นเขามีอายุประมาณ 11 ปี เสียพ่อในสงครามบุอาษ ( بُعاث) ซึ่งเป็นการเข่นฆ่ากันครั้งใหญ่ระหว่างเอาซ์กับค็อซร็อจ อาหรับ 2 เผ่าใหญ่ในเมืองยัษริบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนนบีอพยบไปมะดีนะฮฺ 5 ปี ได้เข้ารับอิสลามพร้อมกับครอบครัวของท่าน 

ท่านได้รับหน้าที่เป็นผู้บันทึกวะฮีย์ในสมัยของท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- รายงานฮะดีษจากท่านนบี และอ่านกุรอานกับท่านนบี

ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการระงับฟิตนะฮฺที่กำลังจะเกิดขึ้นในระหว่างมุสลิมหลังจากท่านนบีเสียชีวิต ผู้คนได้พากันไปรวมตัว ณ ซะกีฟะฮฺ บะนี ซาอิดะฮฺ ( سقيفة بني ساعدة) ทั้งชาวอันศอรและมุฮาญิรีน เพื่อจะคัดเลือกผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นคอลีฟะฮฺ โดยชาวอันศอรได้บอกแก่ชาวมุฮาญิรีนว่า แต่งตั้งผู้นำมาจากพวกท่าน 1 คนและจากพวกเรา 1 คน ท่านซัยดฺ อิบนิ ษาบิต ได้แสดงความเห็นอันเที่ยงตรงของท่าน อันนำมาซึ่งการยอมรับและพอใจของทุกฝ่าย ท่านกล่าวว่า

إن رسول الله كان من المهاجرينونحن أنصاره، وإني أرى أن يكون الإمام من المهاجرين ونحن نكون أيضا أنصاره

 

แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮฺ -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- เป็นมุฮาญิรีน แล้วพวกเราก็สนับสนุนช่วยเหลือท่าน ฉันเห็นว่าผู้นำก็ต้องมาจากชาวมุฮาญิรีน แล้วพวกเราก็สนับสนุนช่วยเหลือเขา

ท่านเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รวบรวมอัลกุรอาน ในสมัยของท่านอบูบักรฺ และในการรวบรวมและตรวจสอบในครั้งที่ 2 สมัยท่านอุษมาน อิบนิ อัฟฟาน

ท่านเสียชีวิตในปีฮิจเราะห์ที่ 45 ในวันที่ท่านเสียชีวิต อิบนิอับบาสกล่าวว่า

لقد دفن اليوم علم كثير 

วันนี้ความรู้จำนวนมากได้ถูกฝัง ท่านอบีฮุรัยเราะห์กล่าวว่า

مات حبر الأمة ! ولعل الله أن يجعل في ابن عباس منه خلفا

หมึกแห่งประชาชาติได้สิ้นแล้ว หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงทำให้ อิบนิอับบาส มาแทนเขาในภายหลัง

 

ความกระตือรือร้นของบรรดาศอฮาบะฮฺ ในการที่จะเรียนรู้แนวทางปฏิบัติของท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- 

.

ما ورد في صحيح البخاري عن أنس عن زيد ثابت- رضي الله عنه - قال: ((تسحَّرنا مع النبي - صلى الله عليه وسلم - ثم قام إلى الصلاة، قلت كم كان بين الأذان والسَّحور، قال قدر خمسين آية)) [الجامع الصحيح، كتاب الصيام، حديث رقم 1921]

 

จากอนัส จากซัยดฺ อิบนิ ษาบิต กล่าวว่า เราได้ทานอาหารซะฮูร กับท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-หลังจากนั้นท่านได้ละหมาด ฉัน(อนัส)ได้ถามว่าว่าระยะห่างระหว่างซะฮูรกับการอะซานนั้นเท่าไหร่ เขา(ซัยดฺ)กล่าวว่า (เท่ากับการอ่าน)จำนวน 50 อายะฮฺ

ในฮะดีษนี้ท่านซัยดฺ ได้เล่าให้เราฟังว่าท่านได้ร่วมทานอาหารซะฮูรกับท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-แล้วหลังจากนั้นก็ได้ละหมาด หากเราพิจารณาก็จะเห็นว่าเหตุผลที่ท่านซัยดฺทานซะฮูรกับท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านซัยดฺ อิบนิ ษาบิต ไม่ได้นอนค้างที่บ้านท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-จนกระทั่งถึงเวลาอาหารซะฮูรของท่านถูกยกมา แต่ท่านจงใจที่จะอยู่ทานซะฮูรกับท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-โดยมีเป้าหมายที่จะเรียนรู้แนวทางของท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-ที่เกี่ยวข้องกับอาหารซะฮูรทั้งเรื่องเวลาและซุนนะฮฺต่างๆของมัน ซึ่งคำถามของท่านอนัส อิบนิ มาลิก ที่ถามซัยดฺ อิบนิ ษาบิต ได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น

 

عن قتادةعن أنس بن مالك - رضي الله عنه - أن نبي الله - صلى الله عليه وسلم - وزيد بن ثابت - رضي الله عنه - تسحَّرا، فلما فرَغا من سَحورهما، قام نبي الله - صلى الله عليه وسلم - إلى الصلاة، فصلى، فقلنا لأنس: كم كان بين فراغهما من سَحورهما ودخولهما في الصلاة، قال كقدر ما يقرأ الرجل خمسين آية))[الجامع الصحيح، كتاب المواقيت، حديث رقم 576].

 

มีฮะดีษรายงานในถ้อยคำและสายรายงานอื่น จากกอตาดะฮฺ จากอนัส อิบนิ มาลิก -รอฎิยัลลอฮุ อันฮุ-ว่า ท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-และซัยดฺ อิบนิ ษาบิต ได้ทานอาหารซะฮูรด้วยกัน หลังจากทั้งสองเสร็จสิ้นจากการทานซะฮูรแล้ว ท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ก็ได้ยืนขึ้นละหมาด พวกเราได้ถามท่านอนัสว่า ระหว่างการเสร็จสิ้นจากการทานซะฮูรและการเข้าสู่การละหมาดของคนทั้งสองเป็นระยะเวลาเท่าไหร่? ท่านอนัสตอบว่า ประมาณชายคนหนึ่งอ่าน(กุรอาน) 50 อายะฮฺ บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ ใน (( الجامع الصحيح، كتاب المواقيت، حديث رقم 576))

 

ในฮะดีษนี้เป็นหลักฐานว่าชอบให้ทานซะฮูรให้ล่าออกไป และยังชี้ให้เห็นว่าสลัฟนั้นมีความกระตือรือร้นอยู่เสมอในการที่จะเรียนรู้แนวทางปฏิบัติของท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ท่านกอตาดะฮฺได้ถามท่านอนัส และได้เรียนรู้จากท่าน ท่านอนัสได้ถามท่านซัยดฺ อิบนิ ษาบิต และได้เรียนรู้จากท่าน ท่านซัยดฺได้เรียนรู้แนวปฏิบัติจากท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- โดยตรง

 

ความผูกพันธ์กับอัลกุรอาน

 


 

หากเราพิจารณาคำตอบของท่านซัยดฺ ที่กล่าวว่า (( قدر خمسين آية )) ระยะเวลาประมาณ 50 อายะฮฺ คือยะยะเวลาประมาณคนหนึ่งอ่านอัลกุรอานระดับปานกลาง ไม่ใช่อายะฮฺที่ยาวเกินไปหรือสั้นเกินไป ไม่อ่านช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป แต่เป็นการอ่านแบบสบายๆ พอดีๆ ประมาณ 50 อายะฮฺ เป็นการบอกระยะเวลาด้วยการเทียบกับการกระทำต่างๆ ซึ่งก็มีใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันในทุกๆวัฒธรรมภาษา แต่ว่าท่านซัยดฺได้เทียบมันด้วยการปฏิบัติที่เป็นอิบาดะฮฺ คือการอ่านอัลกุรอาน และนี่คือจุดแตกต่างที่เด่นชัดในวิถีชีวิตมุสลิม ที่แสดงให้เห็นว่าเวลาของพวกเขาผูกพันอยู่กับอิบาดะฮฺตลอดเวลา

นี่คือวิถีชีวิตของผู้ที่เป็นผู้บันทึกวะฮีย์ เป็นผู้รวบรวมอัลกุรอาน ถึง 2 ครั้ง 2 สมัยด้วยกัน

 

ซะดฺ อิบนิ มุอาซ 

سعد بن معاذ:

 

ซะดฺ อิบนิ มุอาซ เป็นศอฮาบะฮฺ เสียชีวิตในปีฮิจญเราะห์ที่ 5 เคยเป็นหัวหน้าเผ่าเอาซ์( الأوس )ในเมืองยัษริบ ก่อนที่ท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- จะอพยบมา เข้ารับอิสลามด้วยกับการเชิญชวนของท่านมุศอับ อิบนุ อุมัยรฺ ( مصعب بن عمير ) ซึ่งเป็นผู้ที่ท่านรอซูล -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ส่งไปเป็นผู้สอนอัลกุรอานและอัลอิสลามแก่ชาวเมืองยัษริบ หลังเหตุการณ์บัยอะตุล อะกอบะฮฺ ครั้งที่ 1 ( بيعة العقبة الأولى ) ในปีที่ 12 จากการแต่งตั้ง และเผ่าบะนีย์ อับดิล อัชฮัล ( بني عبد الأشهل) ทั้งหมดได้เข้ารับอิสลามพร้อมกับการรับอิสลามของท่าน หลังจากที่ท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ได้อพยบมายังเมืองมะดีนะฮฺแล้ว ท่านซะดฺ ได้ร่วมสงครามกับท่านนบบีทุกครั้ง ทั้งสงครามบัดรฺ อุฮุด และค็อนดัก ท่านเสียชีวิตในปีฮิจเราะห์ที่ 5 

 

 การเลี้ยงอาหารผู้ละศีลอด


 

عن عبدالله بن الزبير، قال: أفطر رسول الله - صلىالله عليه وسلم - عند سعد بن معاذ - رضي الله عنه - فقال: ((أفطر عندكم الصائمون، وأكل طعامكم الأبرار، وصلَّت عليكم الملائكة))  [ أخرجه ابن ماجه  في سننه، كتاب الصيام، حديث رقم 1747، وصححه الألباني في صحيح سنن ابن ماجه حديث رقم 1417

 

จากอับดุลลอฮฺ อิบนุล ซุบัยรฺ กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม-ได้ละศีลอดที่ ซะดฺ อิบนิ มุอาซ-รอฎิยัลลอฮุ อันฮุ-และท่านได้กล่าวว่า  

 

أَفْطَرَ عِنْدَكُمُ الصَّائِمُونَ ، وَأَكَلَ طَعَامَكُمُ الأَبْرَارُ ، وَصَلَّتْ عَلَيْكُمُ الْمَلائِكَةُ

 

บรรดาผู้ถือศีลอดได้ละศีลอดที่ท่าน บรรดาคนดีได้กินอาหารของท่าน บรรดามลาอิกะฮฺอวยพรแก่ท่าน บันทึกโดยอิบนิมายะฮฺ เชคอัลบานีย์บอกว่าศอเฮี้ยห์

การที่ท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ได้ละศีลอด ณ บ้านของท่านซะดฺถือเป็นการได้รับเกียรติและได้รับความดีงามเป็นอย่างยิ่งสำหรับศอฮาบะฮฺท่านนี้ เพราะ

 

1. เขาเป็นผู้เลี้ยงละศีลอดแก่ท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- และท่านนบีได้กล่าวไว้ในฮะดีษที่รายงานจากท่านซัยดฺ อิบนิ คอลิด อัลยุหะนี่ย์ว่า

 

في حديث زيد بن خالد الجهني قال: قال رسول الله - صلى الله عليه وسلم -: ((من فطر صائمًا، كان له مثل أجره، غير أنه لا ينقص من أجر الصائم شيئًا))[أخرجه الترمذي في سننه، كتاب الصيام، حديث رقم 807 وصححه الألباني في صحيح الجامع برقم 6291  ].

ผู้ใดให้อาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญเช่นเดียวกับผลบุญของผู้ถือศีลอดคนนั้น โดยที่ผลบุญของผู้ถือศีลอดจะไม่พร่องลงแต่อย่างใด บันทึกโดยอัตติรมีซีย์

ด้วยเหตุนี้ทำให้ท่านซะดฺ อิบนิ มุอ๊าซ ได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่จากการถือศีลอดของท่านนบี -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- 

 

2. การขอดุอาอฺของท่านรอซูล -ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะซัลลัม- ให้แก่ท่านซะดฺ ลองคิดดูว่าท่านจะได้รับความดีงามเท่าไหร่จากการที่นบีขอดุอาอฺให้

 

ในดุอาอฺบทนี้

 

1. ขอให้ผู้ที่ถือศีลอด มาละศีลอด ณ ที่เขา การที่ผู้ถือศีลอดมาละศีลอดกับเขา จะทำให้เขาได้รับผลบุญของผู้ถือศีลอดนั้น ตามแต่คุณภาพของแต่ละคน ตามจำนวนของคนที่มาละศีลอด

2. ดุอาอฺให้มีคนดีๆมาทานอาหารของเขา (  )คนดีมีคุณธรรมนั้น คือผู้ที่รักษาสิทธิของอัลลอฮฺ(ฏออะฮฺ-เชื่อฟังต่อพระองค์) รักษาสิทธิ์ของผู้อื่น ดำรงมั่นในความดีและประพฤติชอบทั้งร่างกายและจิตใจ ดังกล่าวนี้ย่อมส่งผลดีต่อเขาในหลายรูปแบบ อาจจะด้วยดุอาอฺของพวกเขา หรือได้รับความรู้จากพวกเขาได้รับการช่วยเหลือในเรื่องดีๆจากพวกเขา หรือคนดีเหล่านั้นอาจจะผูกมิตรเป็นสหายรักใคร่กับเขา เพื่อนดีย่อมนำสิ่งดีๆมาสู่ชีวิต

3. ดุอาอฺให้กับเขาด้วยการศอละวาตของมลาอิกะฮฺให้กับเขา การศอละวาตของมลาอิกะฮฺ คือการขอดุอาอฺและขออภัยโทษจากอัลลอฮฺให้แก่เขา เช่นในดำรัสของอัลลอฮฺ -ซุบฮานะฮู วะตะอาลา-ที่ว่า

 

قوله - سبحانه -: ﴿ إِنَّ اللَّهَ وَمَلَائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَىالنَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا ﴾ [الأحزاب: 56].

 ((แท้จริงอัลลอฮฺและมะลาอิกะฮฺของพระองค์ประสาทพรแก่นะบี โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! พวกเจ้าจงประสาทพรให้เขาและกล่าวทักทายเขาโดยคารวะ)) อัลอะหฺซาบ/56

 


รอมะฎอนที่รอคอย 1438
รอมมะฎอนที่รอคอย    นอกเหนือจากการสรรเสริญขอบคุณต่ออัลลอฮฺแล้วสมควรเป็นอย่างยิ่งที่มุสลิม
ชะบาน เดือนแห่งการเตรียมตัว
เดือนชะอฺบาน เป็นเดือนที่ 8 ตามปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนก่อนหน้าเดือนรอมะฎอน เป็นเดือนที่อัลลอฮฺทรงให้ค
คุฏบะฮฺ อีดิลฟิตริ 1436 (กรกฎาคม 2558)
خطبة عيد الفطر إ
เตาบะฮฺเพื่อให้หัวใจได้เกิดใหม่
เตาบะฮฺเพื่อให้หัวใจได้เกิดใหม่...ในเดือนรอมฎอน يَا أَيّ&
แผ่นดินไหว...รู้สึกไหม?
ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินและมีการพูดถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาลกันมาก ในขณะเดีย
ชะอฺบาน ประตูสู่รอมฎอน
    ชะอฺบาน ประตูสู่รอมฎอน   ชะอฺบานคือเดือนที่การงาน จะถูกยกขึ้นนำเสนอต่ออัลลอฮฺ-ซ
รอมฎอนแห่งตักวา
การถือศีลอดและปรัชญาแห่งการสร้างตักวา يَا أَيُّ
รอระทึก
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเดือนรอมฎอน ที่เรารอคอยกันแล้วนะครับ เริ่มต้อนรับเดือนรอมฎอนกันตั้งแต่ตอนนี้เลยนะ
ปิดเทอมใหญ่...อย่าให้หัวใจว้าวุ่น
    ปิดเทอมใหญ่...อย่าให้หัวใจว้าวุ่น     ปิดเทอมแล้ว เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ลูกๆห
ส่งผ่าน...จากมือสู่มือ..
     ขณะที่ไอร้อนและกรุ่นกลิ่นหอมของกาแฟถ้วยแรกของวันกำลังอ้อยอิ่งอยู่ที่ปากแก้วเล็กๆ
คุฏบะฮฺอีดิลอัฎฮา มัสยิดนูรุลฮุดา ป่าตอง
คุฎบะฮฺอีดิลอัฎฮา 1433 (2555) มัสยิดนูรุลฮุดา ป่าตอง الله اَ&#
พรุ่งนี้ อีด
    พรุ่งนี้จะอีดแล้ว จะเตรียมตัวกันอย่างไร คงไม่ใช่แค่การเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ หรือคอยคิด
page : 1 2 3
 Home Page | Yesterday | ย่อโลกมุสลิม | ชวนคิดชวนคุย | ใจละมุนอุ่นละไม | Gallery | มะซาอ์ ออน ทีวี | ติดต่อทีมงาน
Copyright 2010. Higmah.net All rights reserved.
Web Conception by higmah Design Phuket. Tel (66) 7634 2200 Mobile (66) 89 6522514 Fax (66) 7634 2224